วิธีปลูกผักสลัดในกระถางลงดิน

การปลูกผักกลุ่มสลัด มีทั้งวิธีที่ปลูกลงดิน หรือปลูกไร้ดินแบบไฮโดรโปนิกส์ ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ งบประมาณลงทุน ตลาด การปลูกลงดิน เป็นวิธีที่ง่ายและลงทุนน้อย

โดยมีวิธีปลูกดังนี้

1. ดินที่ปลูกควรเป็นดินร่วนซุย มีค่าความเป็นกรด-ด่างอยู่ที่ 6.0-6.5 (ไม่ควรเป็นดินเหนียวและเป็นดินกรด เนื่องจากรากอ่อนแอและอยู่หนาแน่นที่ระดับความลึก 30 ซม.)

2. ควรเพาะกล้าในถาดเพาะ แล้วค่อยย้ายปลูกในแปลง จะทำให้รากไม่ขาดและมีดินติดมากับราก ระยะเวลาการเพาะกล้าในถาดเพาะอยู่ประมาณ 15-30 วัน และย้ายปลูกเมื่อมีใบจริง 3-4 ใบ ข้อระวังคืออย่าให้ดินที่หุ้มกับรากแตกและควรย้ายตอนเย็น

3. ระยะปลูก สำหรับพื้นที่ 1 ไร่ สลัดใบ ใช้ระยะปลูก 15-20 * 20-30 ซม. สลัดต้น 20-50 * 30-50 ซม.

4. การให้น้ำ ควรรดน้ำเช้าเย็นทุกวัน เพื่อให้ได้น้ำที่เพียงพอต่อการเจริญเติบโต และเนื่องจากรากสลัดเป็นระบบรากตื้นอยู่ในระดับความลึก 25-35 ซม. ดินจึงไม่ควรแห้ง เพราะจะแสดงอาการขาดน้ำ และผักสลัดมีรสขม แต่ระวังไม่ให้น้ำขัง รากจะเน่าตาย

5. การให้ปุ๋ย ใส่ปุ๋ยคอก 1-3 ตัน/ไร่ ก่อนเตรียมดินและไถพรวนลงไปในดิน เพื่อปรับปรุงคุณภาพดินและเพิ่มความสามารถในการอุ้มน้ำและความอุดมสมบูรณ์ของดิน ส่วนการเสริมปุ๋ยเคมีและแร่ธาตุอื่นๆ ใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 12-24-12 จำนวน 50 กิโลกรัม/ไร่ โดยสลัดใบใส่ก่อนปลูกครั้งเดียว สลัดชนิดอื่นใส่ก่อนปลูก 75% และหลังปลูก 30 วันใส่อีก 25% และใส่แคลเซียมไนเตรทหลังปลูกระยะที่เริ่มเจริญและใส่ปุ๋ย 13-0-46 ในระยะที่เริ่มเข้าปลี

6. การเก็บเกี่ยว ควรเก็บในเวลาเช้ามืด ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น เพราะพืชดูดน้ำสะสมในพืชมากที่สุด จะได้น้ำหนักดี และผักไม่เหี่ยว การปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ สามารถปลูกได้ในภาชนะที่ขังน้ำได้โดยให้รากพืชที่ปลูกแช่อยู่ในน้ำที่มีสารละลายตลอดระยะเวลาปลูก

ขั้นตอนการปลูก มีดังนี้

1. เพาะกล้า 3 สัปดาห์ ปกติจะใช้เพอร์ไลท์สีขาว ผสมกับเวอร์มิคูไลท์ เป็แผ่นนิ่มๆ สีน้ำตาล อัตราส่วน 90:10 แต่ให้ระวังการใช้เวอร์มิคูไลท์มากไปจะทำวัสดุเพาะแฉะและต้นกล้าเน่าตายได้ การเพาะจะใช้ถ้วยปลูกที่มีขนาดรูและความสูงพอเหมาะกับรางปลูก และก้นถ้วยปลูกต้องมีรอยผ่า เพื่อเป็นทางออกของราก ใส่วัสดุปลูกให้ต่ำกว่าขอบถ้วย ½ ซม. หยอดเมล็ดลงไปบนวัสดุปลูก ไม่ต้องกลบเมล็ด และให้ใส่ 1 เมล็ด/ หนึ่งถ้วยจากนั้นให้เขย่าถาดเพาะเมล็ดจะจมลงไปในวัสดุเอง นำถ้วยปลูกไปวางบนโต๊ะเพาะ รดน้ำ 2-3 วันเมล็ดจะเริ่มงอก ให้ถูกแสง 50% และให้มีใบจริงจึงย้ายลงในถาดเพาะ เมื่ออายุ 6 วันก่อนนำไปวางในถาดเพาะให้รดด้วยสารละลายเจือจาง หรือปล่อยให้สารละลายซึมจากด้านล่างถ้วยโดยขังน้ำสูงจากก้นถ้วยประมาณ 1ซม. ให้สารละลายธาตุอาหารเจือจางค่า EC = 0.5-0.6 mS/cm (CF=5-6) pH = 5.5-6

2.อยู่ในรางอนุบาลกล้า 2 สัปดาห์ รางอนุบาลเป็นรางแบบเดียวกับรางปลุก แต่จะวางรางชิดกัน และรูปลูกเจาะชิดกัน เมื่อย้ายปลูกลงในรางอนุบาลให้ค่อยๆ เพิ่ม ค่า EC ของสารละลายขึ้นเรื่อยจนถึงประมาณ 1.1-1.2 mS/cm และอยู่ในรางอนุบาล 2 สัปดาห์ จึงจะย้ายลงรางปลูก

3. อยู่ในรางปลูกพืช 2-3 สัปดาห์ รางปลูกจะใช้ค่า EC ที่ 1.1-1.2 mS/cm จนเก็บเกี่ยว และอยู่ในรางปลูก 2-3 สัปดาห์ ขุ้นกับชนิดผักและฤดูปลูก

4. การเก็บเกี่ยว ให้เก็บเวลาเช้ามืดเพื่อให้ผักมีน้ำหนักสูงสุดและไม่เหี่ยว ข้อสำคัญของปลูกวิธีนี้คือ ควรมีการเปลี่ยนหรือถ่ายสารละลายเป็นระยะๆ และต้องมีการจัดการเกี่ยวกับ pH และ EC โดยมีการตรวจสอบให้มีค่าที่เหมาะสมและถูกต้อง ซึ่งถ้าไม่สามารถจัดการหรือควบคุมได้ จะประสบความสำเร็จยาก ข้อมูลข้างต้นเป็นการสรุปรายละเอียดในเบื้องต้น

วิธีปลูกผักสลัดในกระถางลงดิน

สำหรับคนรักสุขภาพที่อยากมีผักสด ๆ กินที่บ้าน วันนี้กระปุกดอทคอมก็ขอเอาใจด้วยวิธีปลูกผักสลัดในกระถางลงดิน ไว้ปลูกผักสลัดกินที่บ้าน 7 ชนิด ส่วนใครอยากทดลองปลูกผักสลัดขายก็สามารถทำได้ ด้วยวิธีปลูกผักสลัดในกระถางง่าย ๆ จากการเพาะเมล็ดลงดิน ใช้พื้นที่ไม่มากแต่ก็ปลูกผักไว้กินเองที่บ้านได้เหมือนกัน ว่าแล้วก็ตามไปดูกันเลยว่ามีวิธีปลูกผักสลัดในกระถางลงดินอย่างไรบ้าง

1. ผักกาดคอส (Cos Lettuce)


หนึ่งในผักสลัดยอดนิยมของคนรักสุขภาพ ลักษณะลำต้นเป็นกอ มีทั้งใบเรียวยาวและใบกลมบาง ออกใบเรียงซ้อนสลับกันเป็นช่อ ปลูกโดยนำเมล็ดพันธุ์ที่สมบูรณ์มาเพาะในกระถางต้นกล้าที่มีดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดี ผสมปุ๋ย และวัตถุอินทรีย์ต่าง ๆ โดยฝังเมล็ดลงในดินให้ลึก 1/8 นิ้ว ลำต้นจะงอกขึ้นมาประมาณ 1 นิ้ว ภายใน 3-4 สัปดาห์ จากนั้นก็ทำการย้ายต้นกล้ามาปลูกในกระถางใหญ่ แต่ก่อนย้ายแนะนำให้ลดปริมาณน้ำและอุณหภูมิโดยรอบลงเล็กน้อยเป็นเวลา 3 วันก่อนย้ายลงกระถางใหญ่ เพื่อให้ต้นกล้านั้นสมบูรณ์แข็งแรง หลังย้ายเสร็จควรตั้งกระถางให้อยู่ในที่ที่มีแดดรำไร ดูแลรดน้ำให้ดินชุ่มชื่นอยู่ตลอดเวลา อย่าปล่อยให้ดินแห้งจนเกินไป และบำรุงด้วยปุ๋ยไนโตรเจนผสมน้ำให้ผลผลิตงอกงาม หลังจากเพาะเมล็ดแล้วนับไปอีก 70-75 วัน ก็สามารถเก็บมากินได้

 

2. ผักกาดหอมบัตเตอร์เฮด (Butterhead Lettuce)

ผักกาดหอมบัตเตอร์เฮด มีลักษณะเป็นหัว ออกใบเรียงซ้อนสลับกัน และมีเนื้อสัมผัสนุ่มนวล วิธีปลูกเริ่มจากเพาะเมล็ดในกระถางเพาะกล้าให้ต้นเจริญเติบโตแข็งแรงและมีความสูงประมาณ 4 นิ้ว ซึ่งในระหว่างที่เพาะควรตั้งกระถางไว้ในที่ร่ม หลังจากนั้นก็ย้ายมาปลูกในกระถางใบใหญ่ที่มีดินร่วนระบายน้ำได้ดีผสมกับปุ๋ยคอกและใบไม้  ตั้งกระถางให้อยู่ในที่ที่มีแดดส่องถึงหรือมีแดดรำไร ดูแลรดน้ำให้ดินชุ่มชื่นแต่อย่าแฉะจนมีน้ำขัง สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ภายใน 65-80 วัน หลังเพาะเมล็ด

 

3. ผักกาดแก้ว (Iceberg Lettuce) crisphead

แม้ว่าผักกาดแก้วจะเป็นผักสลัดเมืองหนาว แต่ถ้าเราดูแลเป็นอย่างดีก็จะงอกงามได้เหมือนกัน โดยนำเมล็ดพันธุ์ที่สมบูรณ์มาเพาะลงในถาดเพาะกล้า หลุมละประมาณ 2-3 เมล็ด ดูแลรดน้ำให้ดินชุ่มแต่อย่าแฉะ และตั้งถาดไว้ในที่ร่ม ต้นอ่อนจะเริ่มเจริญเติบโตขึ้นมาภายใน 5-10 วัน ตัดต้นอ่อนที่ไม่แข็งแรงทิ้งไป ให้เหลือแต่ต้นที่แข็งแรงที่สุดของแต่ละหลุม แล้วนำมาปลูกในกระถางใบใหญ่ใส่ดินร่วนผสมปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก เศษใบไม้แห้ง และเศษอินทรีย์อื่น ๆ ตั้งกระถางอยู่ในที่ร่ม อย่าปล่อยให้ตากแดดมากไป ไม่เช่นนั้นใบจะไหม้เอาได้ ดูแลรดน้ำให้ดินชุ่มชื่นอยู่ตลอดเวลา แต่ต้องไม่แฉะจนเกินไป หมั่นบำรุงด้วยปุ๋ยไนโตรเจนผสมน้ำเพื่อให้ผลผลิตงอกงาม เมื่อผักกาดมีขนาดหัวที่ใหญ่ หนา และใบขึ้นซ้อนแน่นเต็มที่ก็สามารถเก็บกินได้เลย

4. ผักกาดคอรัล (Red Leaf Lettuce)

ผัดกาดเรดคอรัล มีลักษณะเป็นทรงพุ่ม ใบหยัก และมีสีน้ำตาลอมแดง เนื้อสัมผัสนุ่ม ส่วนวิธีการปลูกจะคล้ายกับการปลูกผักกาดคอส โดยการเพาะเมล็ดในกระถางหรือถาดเพาะกล้า ที่มีดินร่วนผสมเศษใบไม้และวัตถุอินทรีย์ต่าง ๆ ต้นอ่อนจะเจริญเติบโตสูง 1 นิ้ว ภายใน 3-4 สัปดาห์ ก่อนย้ายกระถางอย่าลืมลดน้ำและอุณหภูมิโดยรอบเพื่อให้ต้นแข็งแรงซะก่อน แล้วค่อยย้ายมาปลูกในกระถางที่มีดินร่วนผสมปุ๋ยคอก ใบไม้ หรือเศษอินทรีย์ ตั้งกระถางเอาไว้ในที่ที่มีแดดรำไร ดูแลรดน้ำแบบให้ดินชุ่มชื่นและฉีดพ่นน้ำเพื่อลดอุณหภูมิโดยรอบ เลือกใช้ปุ๋ยที่มีไนโตรเจนปานกลางจะได้ไม่รุนแรงจนเกินไป หลังจากเพาะเมล็ดและนับไปอีก 45-55 วัน ก็ถึงเวลาเก็บผักมากินได้

5. เรดโอ๊คและกรีนโอ๊ค (Red Oak, Green Oak)

เรดโอ๊คและกรีนโอ๊ค เป็นผักสลัดยอดนิยมอีกหนึ่งชนิด ที่มีทั้งใบสีแดงและใบสีเขียว ออกใบซ้อนกัน ขอบใบหยัก ลำต้นอวบสั้น และเนื้อสัมผัสนุ่ม สามารถเจริญเติบโตในดินที่มีค่าความเป็นกรดอยู่ที่ 6.0-6.5 หากจะปลูกให้นำเมล็ดที่สมบูรณ์มาปลูกลงในกระถางธรรมดา หรือจะแยกปลูกในกระถางเพาะกล้าก่อนก็ได้ ฝังเมล็ดลงในดินร่วนที่ผสมปุ๋ยและอินทรีย์ต่าง ๆ ให้ลึกประมาณ 4 นิ้ว กลบดินทับบาง ๆ จากนั้นรดน้ำให้ชุ่มแต่อย่าแฉะ ตั้งในที่แดดรำไร เมื่อต้นอ่อนงอกสูง 1-2 นิ้ว ถ้าเลือกวิธีเพาะต้นกล้าก็สามารถย้ายมาปลูกในกระถางใหญ่ในตอนนี้ได้เลย แล้วตั้งกระถางในที่ที่มีแดดส่องถึง หมั่นรดน้ำให้ดินชุ่มชื่น และให้สารอาหารแก่พืชด้วยปุ๋ยละลายน้ำ ผักสลัดชนิดนี้เจริญเติบโตเร็ว สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตหลังจากเพาะเมล็ด ภายใน 10-14 วัน

 

 

โดยอ้างอิงจาก อภิชาต ศรีสะอาด และ ณัฎฐ์ชญามานต์ ตินรมรัมย์. 2558. ปลูกผักสลัดเชิงการค้า. กรุงเทพฯ. 136 หน้า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *