วิธีปลูกหญ้าหวาน

วิธีปลูกหญ้าหวาน

หญ้าหวาน.มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Stevia rebaudiana Bertoni จัดอยู่ในวงศ์ Astcraceac  เป็นพืชล้มลุกอายุหลายปีมี ลักษ ณะ คล้ายต้ นกะเพาะ หรือ ต้นแมงลัก มีสาร Stevioside ซึ่งเป็นสารให้ความหวานคล้ายคลึงกับน้้าตาลทรายมาก และมีความหวานประมาณ 300 เท่าของน้้าตาลซูโครส นอกจากนี้ยังเป็นสารให้ความหวานที่มีแคลอรี่ต่้ามากเมื่อเทียบกับน้้าตาลทราย เนื่องจากไม่ถูกย่อยให้เกิดพลังงานในร่างกาย จากคุณสมบัติของสารหวานดังกล่าว ในปัจจุบันมีการน้ามาใช้เป็นสารที่ให้ความหวานส้าหรับอาหาร และเครื่องดื่มบางประเภท โดยใช้แทนน้้าตาลทรายบางส่วนหรือทั้งหมด ซึ่งวัตถุประสงค์ส้าคัญคือลดปริมาณแคลอรี่ในอาหาร และเครื่องดื่มส้าหรับผู้ที่ต้องการลดความอ้วน หรือผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน

หญ้าหวานจัดเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกที่ส้าคัญ น่าสนใจและติดตามอีกชนิดหนึ่ง เพราะเป็นวัตถุดิบที่ส้าคัญในการ ผลิตสารปรุงรสหวานเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะผู้บริโภคที่มีปัญหา ของโรคอ้วน โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคมะเร็ง ที่นับวันจะ เพิ่มขึ้นตามล้าดับ นอกจากนี้ยังใช้ทดแทนน้้าตาลเทียมใน อุตสาหกรรมผลิตอาหาร และเครื่องดื่มสุขภาพซึ่งขยายตัวเร็วมาก รวมทั้งอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม และอาหารในต่างประเทศต้องการ สารที่สกัดได้จากใบหญ้าหวานเป็นจ้านวนมากถึงแม้สารสตีเวียจะไม่ตกค้างในร่างกายก็ตาม การ บริโภคใบหญ้าหวานหรือผลิตภัณฑ์ที่ได้เป็นจ้านวนมาก จะเป็น การเพิ่มปริมาณน้้าตาลกลูโคส และอาจก่อให้เกิดผลเสียกับ ร่างกายได้เช่นกัน ดังนั้นควรบริโภคหญ้าหวานในปริมาณที่ เหมาะสมเสมอ ส้าหรับปริมาณสารปรุงรสหวานในหญ้าหวานที่ เหมาะสมในการบริโภคต่อวัน ได้แก่ 4 มิลลิกรัมต่อน้้าหนักเป็น กิโลกรัมของผู้บริโภค

การปลูกและดูแลรักษา

การเตรียมแปลงปลูก : ถางพื้นที่ก้าจัดวัชพืช ไถ พรวน จากนั้นขึ้นแปลงหรือยกร่อง ขุดดินพูนให้เป็นแปลงสูงจาก พื้นดิน ประมาณ 30-50 เซนติเมตร ขนาดกว้าง 1 เมตร ความยาว ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่มีอยู่ โดยเว้นระยะห่างระหว่างแปลง 30 – 50 ซม. และมีการระบายน้้าดี

การขยายพันธุ์ท้าได้ทั้งการเพาะเมล็ดและปักช้ากิ่ง โดย ปลูกหลังการท้านาหรือปลูกแซมเป็นแถวๆในสวนผลไม้ พียงแต่ไป ตัดใบและน้าไปตากแห้ง การตัดใบไม่ท้าให้ต้นตาย กลับงอกใบ ใหม่เหมือนต้นชา

การปลูก: น้ากิ่งช้า (หรือกล้าที่เพาะด้วยเมล็ด) ซึ่งมี อายุ 30-45 วัน ปลูกในแปลงที่ผสมกับปุ๋ยหมักแล้วรดน้้าให้ชุ่ม 3. การให้น้้า: ควรให้น้้าทุกวัน วันละ 1 ครั้ง หรืออย่าง น้อย สัปดาห์ละ 2 ครั้ง 4. การเก็บเกี่ยว: การเก็บเกี่ยวหญ้าหวานครั้งแรก ควร ท้าหลังการปลูกได้ประมาณ 20-25 วัน หลังจากนั้นให้เกษตรกร ท้าการเก็บเกี่ยวได้เรื่อยๆ ประมาณปีละ 6-10 ครั้ง ผลผลิตจะสูง ในช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม หลังจากนั้นจะเริ่มแก่และออก ดอก ในระหว่างนี้หญ้าหวานจะหยุดการเจริญเติบโต และให้ผล ผลิตน้อยลงในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม การเก็บเกี่ยวหญ้าหวาน ให้เกษตรกรฉีดน้้าล้างฝุ่นออกก่อน จึงค่อยตัดกิ่งและเด็ดใบออก ข้อควรระวัง : ไม่ควรตัดกิ่งหญ้าหวานก่อนน้้าไปล้างน้้า เพราะความหวานจะละลายไปกับน้้า ท้าให้คุณภาพต่้าลงไปด้วย

สภาพแปลงปลูกหญ้าหวาน ช่วงเวลาปลูกที่เหมาะสม หญ้าหวานชอบอากาศค่อนข้างเย็น อุณหภูมิประมาณ 20-26 องศาเซลเซียส และขึ้นได้ดีเมื่อปลูกในพื้นที่สูงจาก ระดับน้้าทะเลประมาณ 600 -700 เมตร

 

ในระบบการย่อยท้าให้มีผลดีต่อผู้บริโภคที่ต้องการลดน้้าหนักและ ที่เป็นโรคเบาหวานประเภท 2 ทนความร้อนได้สูงถึง 200 องสา เซลเซียส ทนต่อภาวะความเป็นกรด-เบส ในช่วง 3-9 ให้ความ หวานคงตัวตลอดกระบวนการผลิต ป้องกันการหมักท้าให้ไม่เกิด การเน่าบูด และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยชะลอความแก่แล้ว ยังจัดเป็นโภชนาการบ้าบัดที่ดี เนื่องจากไม่มีความเป็นพิษทั้งแบบ เฉียบพลันและแบบเรื้อรังต่อสัตว์ทดลอง ไม่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง รวมทั้งทางระบาดวิทยายังไม่เคยมีรายงานการป่วยหรือปัญหาต่อ สุขภาพ ที่เกิดจากการบริโภคหญ้าหวานเป็นประจ้าแต่อย่างไง ในทางตรงกันข้าม การแปรรูปสมุนไพรหญ้าหวาน 1. ท้าการตัดต้นหญ้าหวานเหนือพื้นดินที่มีอายุตั้งแต่ 4-5 เดือนขึ้นไปน้ามาชั่งน้้าหนักสดและล้างน้้าให้สะอาดรวมทั้งแยก เศษวัชพืชและเศษใบที่แห้งออก 2. น้าต้นหญ้าหวานมาแยกใบและก้านออกจากกัน (เพราะ เวลาอบแห้ง จะแห้งไม่เท่ากัน) 3. น้าหญ้าหวานที่แยกเสร็จไปผึงให้แห้งหรือท้าให้เสด็จน้้า แล้วอบให้แห้งในตู้ที่ควบคุมอุณหภูมิ 55-60 องศาเซลเซียสใช้ ระยะเวลาในการอบ 24 ชั่วโมง 4.ในการอบแห้งหญ้าหวานต้องคอยกลับหรือสลับชั้นวาง เพื่อให้ความร้อนภายในตู้อบกระจายได้อย่างทั่วถึง 6. น้าหญ้าหวานที่ผ่านการอบแห้งแล้วมาท้าการชั่งน้้าหนัก รวมโดยแยกแต่ละโรงเรือน ผึ่งให้เย็นก่อนการน้าไปท้าการป่นให้ ละเอียด บรรจุลงในซองขนาดเล็กหรือคัดแยกบรรจุใส่ถุงเพื่อ จ้าหน่ายต่อไป

 

สรรพคุณ แพทย์ผู้ใช้หลายคนยอมรับว่าหญ้าหวานช่วยย่อยอาหาร ป้องกันฟันผุและปริทนต์ รักษาบาดแผล มีดัชนีไกลซีมิก เท่ากับ ศูนย์ ดังนั้นจะไม่มีผลต่อระบบน้้าตาลในเลือด หลังจากบริโภคและ ยังช่วยลดระดับน้้าตาลในเลือด รักษาผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดัน โลหิตสูง อหิวาตกโรคและโรคท้องร่วงอื่นๆ และลดคอเลสเตอรอล

สารส้าคัญ ที่ท้าให้มีรสหวานในหญ้าหวานเป็นสารประกอบพวกได เทอร์ พีนก ลัยโค ไซด์ ซึ่งมีอ ยู่หล ายช นิด คือ steviol, steviolbioside, stevioside, rebaudioside A-F และ dulcoside A โดยพบว่า stevioside เป็นสารที่พบในปริมาณมาก ที่สุดคือประมาณร้อยละ 2.0-7.7 รองลงมาคือ rebaudioside ประมาณร้อยละ 0.8-2.9 ส่วนสารตัวอื่นจะพบในปริมาณน้อยกว่า นอกจากหญ้าหวานจะเป็นสารปรุงรสหวานอาหารและ เครื่องดื่มที่มาจากธรรมชาติ มีรสขมเล็กน้อย ไม่ให้พลังงานและ ไขมัน ไม่เกิดการสะสมในร่างกายผู้บริโภค รวมทั้งไม่เกิดการดูดซึม

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *